API
มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย
พิธีกรปิยธิดา มิตรธีรโรจน์
กรรมการ
จำนวนผู้เข้าแข่งขัน20
ผู้ชนะเลิศธิติ ทองบริสุทธิ์
รองชนะเลิศ
  • นิวพร พะลัง
  • ณัฐชนน สุวรรณ
  • พลอยไพลิน ทองหยอด
สถานที่แข่งขันเดอะ สตูดิโอ พาร์ค อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ
ประเทศ ไทย
จำนวนตอน15
การออกอากาศ
เครือข่ายช่อง 7HD, เน็ตฟลิกซ์
ออกอากาศ15 กุมภาพันธ์ 2569 (2569-02-15) –
31 พฤษภาคม 2569 (2569-05-31)
ลำดับฤดูกาล
ถัดไป →
ฤดูกาลที่ 8

มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ ซีซัน 7 เป็นรายการเกมโชว์แข่งขันทำอาหารในฤดูกาลที่ 7 ของมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ ซึ่งเป็นการกลับมาอีกครั้งของฤดูกาลปกติในรอบเกือบ 3 ปี ผลิตโดย บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ดำเนินรายการโดยปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ (คุณป๊อก) และมีคณะกรรมการในการตัดสินคือ หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ (อิงค์), หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล (เชฟป้อม) และ พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย (เชฟเอียน) ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 18:00 น. และรีรันทุกวันพฤหัสบดี เวลา 23:20 น. เริ่มออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ทางช่อง 7HD และเผยแพร่ย้อนหลังทางเน็ตฟลิกซ์[1]

ในฤดูกาลนี้มีการปรับเงื่อนไขการรับสมัครเล็กน้อย โดยกลับไปใช้เงื่อนไขเดียวกับฤดูกาลที่ 1 ถึงฤดูกาลที่ 4 คือไม่เคยทำงานเป็นเชฟมืออาชีพ แต่ไม่ได้จำกัดว่าต้องไม่เคยเรียนหลักสูตรการทำอาหาร ซึ่งต่างจากฤดูกาลที่ 5 และ 6[2] นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มภาคแยก ในชื่อ มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์: เดอะ เซกคันด์ แชนซ์ โดยเป็นการแข่งขันของผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกไปแล้ว เพื่อชิงโอกาสที่ 2 ในการกลับเข้าสู่การแข่งขันในภาคหลักอีกครั้ง และในฤดูกาลนี้ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจะได้รับโอกาสทำอาหารเพื่อบริการทั้งบนเที่ยวบินและในห้องพักผ่อนพิเศษของสายการบิน 3 แห่ง ได้แก่ แอร์เอเชีย การบินไทย และบางกอกแอร์เวย์ส โดยใช้สินค้าเกษตรของไทยเป็นวัตถุดิบหลัก ภายใต้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายในของกระทรวงพาณิชย์[3][4]

รูปแบบรายการ

ผู้เข้าแข่งขัน

ผู้เข้าแข่งขัน 20 คนสุดท้าย

ชื่อ อายุ[ก] ภูมิลำเนา อาชีพก่อนเข้ามาแข่งขัน ลำดับการแข่งขัน[ข] จำนวนชนะ
ธิติ ทองบริสุทธิ์ (ธิติ) 29 ชัยภูมิ ผู้จัดการบาร์ ชนะเลิศ
วันที่ 31 พฤษภาคม
8
นิวพร พะลัง (นิว) 44 นนทบุรี ธุรกิจสิ่งพิมพ์ รองชนะเลิศ
วันที่ 31 พฤษภาคม
4
ณัฐชนน สุวรรณ (ต้นกล้า) 22 อุทัยธานี นักศึกษา 2
พลอยไพลิน ทองหยอด (พลอย) 30 อ่างทอง Content Creator รองชนะเลิศ
วันที่ 31 พฤษภาคม

กลับเข้าสู่การแข่งขัน
วันที่ 10 พฤษภาคม
ถูกคัดออก
วันที่ 22 มีนาคม
2
อดิศร จันทร์วิจิตรกุล (ต้อง) 45 ราชบุรี ช่างภาพ ถูกคัดออก
วันที่ 24 พฤษภาคม
2
อัซมีย์ ภัทรธาดานุกูล (มี่) 29 สงขลา พนักงานไอที 3
ฌัญฌิรันด์ ตั้งสุทธิธรรม (เปอร์เช่) 38 เชียงใหม่ ธุรกิจเครื่องสำอาง 2
ฉัตรพกรณ์ โชติเอี่ยม (เบลล่า) 37 เชียงใหม่ นางโชว์ ถูกคัดออก
วันที่ 24 พฤษภาคม

กลับเข้าสู่การแข่งขัน
วันที่ 10 พฤษภาคม
ถูกคัดออก
วันที่ 3 พฤษภาคม
3
ปพน ไพศาลเจริญวงศ์ (บอส) 30 กรุงเทพมหานคร ธุรกิจร้านเพชร ถูกคัดออก
วันที่ 3 พฤษภาคม
2
ภัทร์นฤน วีระพงษ์ (มิ้น) 25 สมุทรปราการ ผู้ตรวจสอบบัญชี 2
ศุภิชฎา ตระการทรัพย์ทวี (พิม) 18 บุรีรัมย์ นักศึกษา 4
นภัสสร เจริญนิธิ (แอ๊น) 29 กรุงเทพมหานคร แม่บ้าน ถูกคัดออก
วันที่ 26 เมษายน
1
มณฑกร จอง (มิว) 35 ปทุมธานี ธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอาง ถูกคัดออก
วันที่ 19 เมษายน
2
ฐาปนีย์ภัค สุทธิพิพิธ (ตาล) 28 กรุงเทพมหานคร แม่ค้าออนไลน์ 2
ภารากรณ์ เชิดชื่น (เจซี) 23 กรุงเทพมหานคร นักศึกษา ถูกคัดออก
วันที่ 5 เมษายน
1
พัทธ์นิธาน ศรีเอี่ยม (พิช)[ค] 41 นนทบุรี ครูสอนร้องเพลง 1
ไอศวรรนยา ภูมิเลิศ (นะโม) 30 หนองคาย ครีเอทีฟโฆษณา ถูกคัดออก
วันที่ 29 มีนาคม
0
จิตวิมล เทียมจันทร์ (โบว์)[ง] 33 อุบลราชธานี นักดนตรี ถูกคัดออก
วันที่ 15 มีนาคม
1
ธณัฏฐ์ภรณ์ ศรีเหรานุกูล (ป๊อบ) 51 กรุงเทพมหานคร เจ้าของแบรนด์กะปิโหว่ 0
ศรายุทธ หทัยภัทราวงศ์ (ปร๊อฟ) 36 กรุงเทพมหานคร ผู้กำกับเวที ถูกคัดออก
วันที่ 8 มีนาคม
0

ข้อมูลการแข่งขัน

ตารางการคัดออก

อันดับ ผู้เข้าแข่งขัน ตอนที่
3/4 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13/14 14/15
1 ธิติ กดดัน ชนะ ผ่าน ชนะ ชนะ ผ่าน ชนะ ต่ำ ชนะ สูง ผ่าน ชนะ ผ่าน สูง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ชนะเลิศ
2 นิว ชนะ ผ่าน ผ่าน ผ่าน เสี่ยง ผ่าน ผ่าน ต่ำ ต่ำ ผ่าน ชนะ ผ่าน สูง ชนะ ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน รองชนะเลิศ
ต้นกล้า กดดัน ผ่าน ผ่าน สูง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน สูง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ
พลอย ชนะ ผ่าน เสี่ยง ผ่าน ออก กลับ ผ่าน ผ่าน สูง
5 ต้อง กดดัน ผ่าน ผ่าน สูง ชนะ ผ่าน ผ่าน ต่ำ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ออก
มี่ ชนะ สูง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน สูง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ออก
เปอร์เช่ ชนะ ผ่าน ผ่าน เสี่ยง ชนะ สูง ผ่าน ต่ำ ผ่าน ผ่าน ผ่าน สูง เสี่ยง เสี่ยง สูง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ออก
เบลล่า ชนะ สูง ผ่าน ผ่าน ชนะ สูง สูง ต่ำ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน เสี่ยง ออก กลับ ผ่าน ผ่าน ออก
9 บอส ต่ำ ผ่าน ผ่าน เสี่ยง ชนะ ผ่าน เสี่ยง สูง ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ออก
มิ้น ชนะ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน ต่ำ สูง ผ่าน ผ่าน สูง ผ่าน ผ่าน ออก
11 พิม ชนะ สูง ชนะ ผ่าน ชนะ ชนะ ผ่าน สูง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน เสี่ยง ออก
12 แอ๊น เสี่ยง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน เสี่ยง สูง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ออก
13 มิว ชนะ สูง ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน ต่ำ ผ่าน ผ่าน ออก
ตาล กดดัน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน ชนะ ผ่าน ผ่าน ออก
15 เจซี ชนะ ผ่าน เสี่ยง ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ต่ำ ออก
พิช ชนะ ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ผ่าน ต่ำ ออก
17 นะโม กดดัน ผ่าน ผ่าน ผ่าน เสี่ยง ผ่าน ออก
18 โบว์ ชนะ ผ่าน ผ่าน ออก
19 ป๊อบ กดดัน ผ่าน ออก
20 ปร๊อฟ ออก
  (ชนะเลิศ) ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน
  (รองชนะเลิศ) รองชนะเลิศการแข่งขัน
  (ชนะ) ผู้เข้าแข่งขันที่ชนะชาแลนจ์ (การแข่งขันกล่องปริศนา, บททดสอบความคิดสร้างสรรค์, รอบกำจัดคนออก หรือ บททดสอบความละเอียดและแม่นยำ)
  (ชนะ) ผู้เข้าแข่งขันที่ชนะในภารกิจแบบทีมและเข้ารอบทั้งทีม
  (สูง) ผู้เข้าแข่งขันที่เข้าชิงเป็นจานที่ดีที่สุด
  (สูง) ผู้เข้าแข่งขันที่เข้าชิงเป็นจานที่ดีที่สุด แต่ไม่ติด 2 จานที่ดีที่สุด
  (ผ่าน) ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบต่อไป
  (ผ่าน) ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบต่อไป ในการแข่งขันแบบคู่
  (ผ่าน) ผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับสิทธิ์การคุ้มกัน ทำให้ผ่านเข้ารอบต่อไปในทันที
  (กดดัน) ผู้เข้าแข่งขันที่ต้องแข่งขันในรอบบททดสอบความละเอียดและแม่นยำ
  (กดดัน) ผู้เข้าแข่งขันที่ไม่สามารถเข้าแข่งขันในภารกิจแบบทีมได้ และต้องเข้าแข่งขันในรอบบททดสอบความละเอียดและแม่นยำ
  (ต่ำ) ผู้เข้าแข่งขันที่ยืนเป็น 1 ในจานที่แย่ที่สุด
  (ต่ำ) ผู้เข้าแข่งขันแบบคู่ที่ยืนเป็น 1 ในทีมที่แย่ที่สุด
  (เสี่ยง) ผู้เข้าแข่งขันที่เสี่ยงในการถูกคัดออก
  (ต่ำ) ผู้เข้าแข่งขันที่ทำผลงานได้แย่ที่สุด แต่ไม่ต้องออกจากการแข่งขัน
  (ออก) ผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกประจำสัปดาห์
  (ถอนตัว) ผู้เข้าแข่งขันที่ถอนตัวออกจากการแข่งขัน
  (กลับ) ผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกไปแล้ว แต่ชนะการแข่งขันภาคพิเศษ มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์: เดอะ เซกคันด์ แชนซ์ ทำให้ได้รับโอกาสให้กลับเข้ามาแข่งขันอีกครั้ง
  (ร่วม) ผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกไปแล้ว แต่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขัน

รายชื่อตอน

ตอนที่ 1: หนึ่งผ้ากันเปื้อนกับโอกาสเพียงครั้งเดียว

ออกอากาศ 15 กุมภาพันธ์ 2569[1]

ในช่วงแรก มีผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับการคัดเลือกทั้งหมด 20 คน โดยก่อนที่จะได้รับผ้ากันเปื้อน คณะกรรมการได้ฉลองผู้เข้าแข่งขันอย่างเต็มที่ด้วยของทานเล่น ผลไม้ และเครื่องดื่ม แต่ต่อมา เชฟเอียนได้ประกาศว่าผู้เข้าแข่งขันจะยังไม่ได้รับผ้ากันเปื้อน และมีผู้เข้าแข่งขันเพิ่มอีก 10 คน รวม 30 คน โดยทั้ง 30 คนจะต้องแข่งขันกันเพื่อชิงผ้ากันเปื้อนต่อไป

ตอนที่ 2: ออดิชั่นครั้งสุดท้าย

ออกอากาศ 22 กุมภาพันธ์ 2569[5]

แต่เมื่อการแข่งขันรอบที่ 3 สิ้นสุดลง คณะกรรมการได้ประกาศว่ายังเหลือผ้ากันเปื้อนอีก 2 ผืน โดยต้องแข่งขันกันในรอบถัดไป ซึ่งผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 คนที่ยังไม่ได้รับผ้ากันเปื้อนตัดสินใจที่จะแข่งขันต่อ

ตอนที่ 3: ก้าวแรกกับภารกิจแบบทีมสุดยิ่งใหญ่

ออกอากาศ 1 มีนาคม 2569[6]

หัวหน้าทีม สมาชิก
ปร๊อฟ นะโม, ธิติ, เปอร์เช่, บอส, ต้นกล้า, ต้อง, แอ๊น, ป๊อบ, ตาล
เจซี เบลล่า, พิช, โบว์, มี่, พิม, พลอย, มิ้น, นิว, มิว
แต่ละทีมมีเวลาในการทำอาหาร 2 ชั่วโมงครึ่ง หลังจากนั้นจะต้องหยุดทำอาหารและเสิร์ฟอาหารจานหลักทันที และจะมีเวลาเตรียมจานของหวานอีกเพียง 15 นาทีเท่านั้น แต่ในระหว่างการแข่งขัน เชฟเอียนเล็งเห็นว่าปร๊อฟไม่สามารถควบคุมภายในทีมสีแดงได้แล้ว ในที่สุด เชฟเอียนจึงสั่งให้เปลี่ยนหัวหน้าทีมทันที โดยสั่งให้ต้องรับหน้าที่แทน ต่อมา เชฟป้อมเล็งเห็นว่าเจซีไม่สามารถควบคุมภายในทีมสีน้ำเงินได้แล้ว เชฟป้อมจึงสั่งให้พิชรับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมแทนเจซีทันที ซึ่งในรอบนี้ คณะกรรมการทั้ง 101 คนจะให้คะแนนโดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท นั่นคือ อาหารจานหลักและของหวาน รวม 202 คะแนน โดยทีมที่ได้คะแนนรวมมากกว่าจะชนะและผ่านเข้ารอบทันทีโดยไม่ต้องแข่งขันต่อในรอบถัดไป และเมนูของแต่ละทีมมีดังต่อไปนี้
ทีม เมนูอาหารจานหลัก เมนูของหวาน
ทีมสีแดง ปลากะพงย่างซอสแกงเหลืองสับปะรดภูแล
เสิร์ฟพร้อมข้าวอบขิงสองสหาย
กรานีตาสับปะรดภูแล ปลาป่น พริกเกลือ
ทีมสีน้ำเงิน ปลากะพง à la Thaïlande ไอศกรีมกะทิกินคู่กับครัมเบิลข้าวมะลินิล
ราดด้วยคาราเมลสับปะรดภูแล
  1. รูปทรงของขนมค้างคาวต้องจีบออกมาเป็นทรงสามเหลี่ยม (เหมือนกับค้างคาวที่กำลังกางปีก) และขนาดต้องเท่ากันทุกชิ้น
  2. แป้งด้านนอกต้องบางกรอบ ไม่อมน้ำมัน ด้านในมีความหนึบและหอมกลิ่นข้าวเม่า
  3. ไส้ด้านในต้องไม่แฉะ และมีรสชาติกลมกล่อม หอมสามเกลอและใบมะกรูด
  4. น้ำอาจาดต้องกลมกล่อม และปริมาณผักต้องสมดุลกับน้ำอาจาด
แต่ก่อนเริ่มการแข่งขัน เชฟป้อมได้สาธิตวิธีการทำขนมค้างคาวให้กับผู้เข้าแข่งขันทุกคน และให้ผู้เข้าแข่งขันชิมอาหารที่ฐานครัวของตน ทั้งนี้ การแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นในตอนถัดไป

ตอนที่ 4: รสมือสู่รสคุณธรรม

ออกอากาศ 8 มีนาคม 2569[8]

ตอนที่ 5: บททดสอบจาก 3 แชมป์

ออกอากาศ 15 มีนาคม 2569[9]

เมื่อการแข่งขันรอบบททดสอบความคิดสร้างสรรค์สิ้นสุดลง เชฟเอียนได้ประกาศว่าในรอบถัดไป ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 9 คนที่ไม่ได้แข่ง (ธิติ โบว์ พิช บอส มิ้น ต้อง ต้นกล้า เปอร์เช่ และตาล) จะต้องแข่งขันกัน ส่วนทั้ง 9 คนที่แข่งขันในรอบก่อนหน้าจะได้ผ่านเข้ารอบทันที

เชฟ เชฟซีตรอง เชฟเฟิร์ส เชฟเตย
เมนู กานาเป 4 คำ คอหมูย่างอีสานโมเดิร์น สตูอ่อมลิ้นวัว ซอสหลนปลาร้า
องค์ประกอบ
ผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับ เปอร์เช่, ต้นกล้า, มิ้น ต้อง, โบว์, ตาล ธิติ, บอส, พิช
ผู้เข้าแข่งขันมีเวลา 60 นาทีในการทำอาหารให้เหมือนต้นฉบับทั้งหน้าตาและรสชาติ และผู้เข้าแข่งขันจะต้องศึกษาเองจากสูตรที่ได้รับและจะได้รับสิทธิ์ในการชิมอาหารตัวอย่างเท่านั้น โดยทางรายการได้นำตัวช่วยให้กับผู้เข้าแข่งขัน นั่นคือ ผงรสมะนาว เพื่อทดแทนความเปรี้ยว หลังจากคณะกรรมการชิมอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคนแล้ว 3 จานที่มีปัญหามากที่สุดคือ ต้นกล้า ต้อง และธิติ ซึ่งปัญหาดังกล่าวคือ ทั้ง 3 คนเป็นจานอาหารที่ดีที่สุดในรอบนี้ โดยผู้ที่ได้อันดับที่ 2 คือ ต้นกล้า ส่วนผู้ชนะ คือ ธิติ ทั้ง 2 คนจะได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมในภารกิจแบบทีมครั้งถัดไป
ส่วน 3 จานที่ทำผลงานได้แย่ที่สุด คือ เปอร์เช่ บอส และโบว์ โดยเปอร์เช่—ได้เมนูของเชฟซีตรอง—ใช้แฮมแทนเนื้อในก้อยถุงทองเนื่องจากไม่ได้หยิบเนื้อ ไม่มีคาเวียร์ในออดกระบก และข้าวจี่ไม่ชุบไข่ ส่งผลให้ให้ข้าวแข็ง นอกจากนี้ จานที่ใช้ไม่ถูกต้อง และรสชาติไม่ตรงตามต้นฉบับ บอส—ได้เมนูของเชฟเตย—ใช้จานไม่ถูกต้อง ไม่มีผงรสมะนาวคาเวียร์ จัดจานไม่ตรงตามต้นฉบับ ลิ้นวัวไหม้เกรียมและบางมาก นอกจากนี้ ยังแข็งและเหนียว รสชาติอ่อมมีความจืด และซุปมะเขือ มะเขือจืดและปลานิลมีความคาว หมกปลานิลเทอร์รีนหยาบมากและมีความจืด ส่วนโบว์—ได้เมนูของเชฟเฟิร์ส–ทำได้เพียง 1 องค์ประกอบ นอกจากนี้ รูลาดไม่สุกเลย ทำให้คณะกรรมการไม่สามารถชิมได้ ส่งผลให้โบว์ถูกคัดออกและต้องออกจากการแข่งขันในรอบนี้โดยปริยาย

ตอนที่ 6: ภารกิจทีมเอาตัวรอดจากออเดอร์เรียลไทม์

ออกอากาศ 22 มีนาคม 2569[10]

หัวหน้าทีม สมาชิก
ต้นกล้า นะโม, มี่, เจซี, พิช, พลอย, มิ้น, นิว
ธิติ ต้อง, มิว, บอส, เบลล่า, พิม, เปอร์เช่, ตาล, แอ๊น
ในรอบนี้ จะมีเกณฑ์การตัดสิน 3 ข้อ นั่นคือ ยอดสั่งซื้อ ยอดการจัดส่งอาหาร และ ความพึงพอใจของลูกค้า โดยมีคะแนนคนละตั้งแต่ 0 ถึง 3 คะแนน และผลการแข่งขัน มีดังต่อไปนี้
ทีม เมนู จำนวนการสั่งซื้อ จำนวนที่จัดส่งสำเร็จ คะแนนความชอบ ผล
ทีมสีแดง
  • หมูหมึกคัตสึซอสพริกแกง ข้าวพริกเผา เคียงฟรุตสลัด ฮันนีย์โทสต์แอปเปิลครัมเบิล
69 39 85 แพ้
ทีมสีน้ำเงิน
ข้าวกล่องทั่วไทย
  • หมูทอดน้ำปลากับน้ำพริกอ่องเข้มข้น พร้อมลาบปลาหมึกสุดแซ่บและสลัดผักไข่ม้วน
32 32 88 ชนะ

ตอนที่ 7: ผู้ชนะกุมอำนาจ

ออกอากาศ 29 มีนาคม 2569[11]

ตอนที่ 8: รสชาติที่ช่วยเยียวยา

ออกอากาศ 5 เมษายน 2569[12]

ทีม สมาชิก
ทีมสีแดง มี่, ต้นกล้า, ตาล
ทีมสีเหลือง พิม, บอส, แอ๊น
ทีมสีส้ม เปอร์เช่, พิช, นิว
ทีมสีเขียว ธิติ, มิ้น, ต้อง
ทีมสีม่วง เบลล่า, มิว, เจซี

หมายเหตุ: ตัวหนา คือ หัวหน้าทีม

แต่ละทีมจะมีเวลาในการออกแบบจาน 90 นาที โดยจะต้องทำ 2 เมนู นั่นคือ แต่ละทีมจะต้องทำทั้งหมด 64 จาน โดยวัตถุดิบภายในกล่องจะมีปริมาณพอดีกับจำนวนนักชิม และผ่านการคำนวณตามหลักโภชนาการ ซึ่งกลุ่มผู้ป่วย NCDs ใน 1 มื้อ จะต้องมีปริมาณให้เหมาะสม โดยสัดส่วนจะแตกต่างกันไป ตามตารางดังต่อไปนี้
ตารางสัดส่วนปริมาณของวัตถุดิบแต่ละชนิดสำหรับผู้ป่วย NCDs ใน 1 มื้อต่อ 1 คน
ประเภท วัตถุดิบ (ปริมาณ)
โปรตีน เนื้อปลา
(140 กรัม)
อกไก่
(135 กรัม)
สันในหมู (ไม่ติดหนัง)
(135 กรัม)
เต้าหู้ไข่
(240 กรัม)
ไข่ไก่ + ไข่ขาวล้วน
(1 ฟอง + 120 กรัม)
คาร์โบไฮเดรต ข้าวสุก
(110 กรัม)
เส้นสุก
(120 กรัม)
เผือก
(120 กรัม)
มัน
(100 กรัม)
แป้งอเนกประสงค์
(70 กรัม)
เครื่องปรุง ความหวาน ความเค็ม N/a
น้ำตาลทราย
(5 กรัม)
น้ำผึ้ง
(5 กรัม)
น้ำปลาโซเดียมต่ำ
(5 มิลลิลิตร)
เกลือ
(0.75 กรัม)
ในระหว่างการแข่งขัน เชฟเอียนเล็งเห็นว่าทีมสีเหลือง–โดยเฉพาะแอ๊น–ติดเล่นและไม่จริงจังกับการทำงาน เชฟเอียนจึงสั่งไล่แอ๊นออกจากครัวทันที แต่ต่อมา เชฟเอียนได้เรียกแอ๊นให้กลับเข้าสู่ครัวพร้อมกล่าวตักเตือนว่าหากแอ๊นไม่จริงจังกับการทำงานอีกครั้ง จะถูกคัดออกทันที โดยในรอบนี้ คณะกรรมการทั้ง 32 คน จะลงคะแนนโดยนำคูปองมาหยอดให้กับทีมที่ชอบมากที่สุด โดยจะได้รับคูปองคนละ 3 ใบ (รวม 96 ใบ) ซึ่ง 2 ทีมที่ได้คะแนนมากที่สุดจะได้ผ่านเข้ารอบต่อไปทันที นอกจากนี้ อาหารจาก 2 ทีมดังกล่าวจะถูกนำไปพัฒนาโดยเชฟในเครือ เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป เพื่อส่งมอบสูตรและนำไปบริการจริงให้แก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลราชวิถี โดยเมนูที่แต่ละทีมทำ และผลการแข่งขัน มีดังต่อไปนี้
ทีม เมนู ผล
ทีมสีแดง อันดับที่ 1
38 คะแนน
ทีมสีเหลือง อันดับที่ 2
19 คะแนน
ทีมสีส้ม ไม่ผ่าน
ทีมสีเขียว
ทีมสีม่วง

ตอนที่ 9: บททดสอบแห่งการพลิกโฉม

ออกอากาศ 19 เมษายน 2569[13]

ตอนที่ 10: แรงบันดาลใจจากทูลกระหม่อม

ออกอากาศ 26 เมษายน 2569[14]

กลุ่มที่ 1
ช่วยลดปวด ลดอักเสบ
กลุ่มโอเมก้า 3 และสมุนไพร
กลุ่มที่ 2
เสริมสร้าง และซ่อมแซม
มีโปรตีนสูง มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ
กลุ่มที่ 3
ช่วยคุมน้ำหนัก และแรงกดทับที่ข้อเข้า
แป้ง และธัญพืช
กลุ่มพิเศษ
ให้ประโยชน์หลายอย่าง
Super Food ซูเปอร์ฟู้ด
และโจทย์การแข่งขันในรอบนี้คือ การทำอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในโรคข้อเข่าเสื่อมและควบคุมน้ำหนักภายใต้แนวคิด อาหารคือยา ให้มีความคิดสร้างสรรค์และรสชาติอร่อย โดยมีเวลาในการทำอาหาร 60 นาที หลังจากคณะกรรมการชิมอาหารของผู้เข้าแข่งขันทุกคนแล้ว ผู้ที่ได้อันดับที่ 2 คือ นิว และผู้ชนะ คือ ต้อง ส่วน 3 จานที่ทำผลงานได้แย่ที่สุด คือ พิม แอ๊น และเปอร์เช่ โดยพิมทำข้าวสุกแต่แข็งเกินไป และอัตราส่วนของน้ำน้อยเกินไป กระเทียมมีความกึ่งดิบกึ่งสุก และแกงเลียงกับของหวานที่นำมาเสิร์ฟไม่มีรสชาติ แอ๊นทำเนื้อปลาทูรสชาติคาวมาก และซุปมะนาวไม่สามารถช่วยดับความคาวได้ ข้าวไรซ์เบอร์รีที่ใส่ควินัวรสชาติคาวมากเช่นกัน ผลไม้แค่นำมาหั่นเสิร์ฟและหั่นเยอะเกินไปจนเนื้อผลไม้หายไป นอกจากนี้ ยังมีขี้กุ้งติดอยู่ในจาน ไข่ตุ๋นเละเป็นน้ำเป็นอย่างมากและมีความสาก และไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ส่งผลให้เชฟเอียนทิ้งจานอาหารดังกล่าวลงถังขยะ ส่วนเปอร์เช่ทำลูกเดือยกับข้าวไรช์เบอร์รีเพิ่งสุกและแข็งเกินไป และสัดส่วนของขมิ้นกับกระเทียมในแกงระแวงมีมากเกินไป และผู้ที่ต้องออกจากการแข่งขันในรอบนี้ คือ แอ๊น

หมายเหตุ: † หมายถึง ผู้เข้าแข่งขันที่ถูกเชฟเอียน - พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย ทิ้งอาหาร

ตอนที่ 11: คิดให้ทัน ทำให้ไว

ออกอากาศ 3 พฤษภาคม 2569[15]

แต่เนื่องจากการแข่งขันในรอบนี้คือกล่องปริศนาสีดำ ฉะนั้นคณะกรรมการจะต้องคัดเลือกจานที่แย่ที่สุดเพื่อหาผู้ที่ต้องออกจากแข่งขันในรอบนี้ ซึ่ง 3 จานที่ทำผลงานแย่ที่สุด คือ เปอร์เช่ พิม และเบลล่า โดยเปอร์เช่–ได้เมนูประเภททอด–มีความคิดสร้างสรรค์น้อย กุ้งทอดค่อนข้างแข็ง และยำสละรสชาติไม่โดดเด่น พิม–ได้เมนูประเภทแกง–ไม่สามารถชูน้ำพริกเผาได้เลย เส้นที่ผัดน้ำมันพริกเผาส่งกลิ่นไม่เพียงพอ รสชาติของแกงเขียวหวานไม่ได้ตามมาตรฐาน และกะทิมีรสชาติที่เหม็น ส่วนเบลล่า–ได้เมนูประเภทผัด–ผัดฉ่ารสชาติหวานเกินไป และไม่มีความคิดสร้างสรรค์ และผู้ที่ต้องออกจากการแข่งขันในรอบนี้ คือ พิม

ตอนที่ 12: ศึกตัดสินโอกาสครั้งที่สอง

ออกอากาศ 10 พฤษภาคม 2569[16]

ในสัปดาห์นี้ เป็นการแข่งขันที่ต่อเนื่องจากรายการภาคพิเศษ มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์: เดอะ เซกคันด์ แชนซ์ โดยจะแข่งขันต่อตั้งแต่คู่ที่ 6 (นั่นคือ พลอย VS. ตาล VS. มิว) เป็นต้นไป เพื่อหาผู้ที่กลับเข้าสู่การแข่งขันและผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

คู่ที่ โจทย์ วัตถุดิบหลัก เวลาใน
การทำอาหาร
ของขวัญพิเศษ ผู้เข้าแข่งขัน
6 ของหวานสุดสร้างสรรค์ น้ำผึ้ง 30 นาที มะระขี้นก
วัตถุดิบปริศนา
(ใช้ร่วมกับน้ำผึ้ง)

ปรากฏในช่วง 15 นาทีสุดท้าย
พลอย ตาล
มิว
7 การยกระดับวัตถุดิบไทย เนื้อโคสุรินทร์ เกาลัด
วัตถุดิบปริศนา
(ใช้ร่วมกับเนื้อโคสุรินทร์)

ปรากฏในช่วง 25 นาทีสุดท้าย
แอ๊น
8 กุ้งขาวแวนนาไม มะพร้าวอ่อน
วัตถุดิบปริศนา
(ใช้ร่วมกับกุ้งขาวแวนนาไม)

ปรากฏในช่วง 10 นาทีสุดท้าย
พิม
9 การชูวัตถุดิบหลักให้มากที่สุด ซีอิ๊วขาว และวัตถุดิบอีก 8 อย่าง[ก]
(กุ้ง หอย ปู ปลา หมู เห็ด เป็ด และไก่)
วัตถุดิบทั้ง 8 อย่าง
จะต้องใช้วัตถุดิบทั้ง 8 อย่างในการทำอาหารร่วมกับซีอิ้วขาวทั้งหมด
ประกาศในช่วง 13 นาทีสุดท้าย
พลอย
เบลล่า
บอส
มิ้น
  ผู้ชนะภาคพิเศษและได้โอกาสกลับเข้าสู่การแข่งขันหลักอีกครั้ง
  ผู้ชนะในโจทย์นั้นและได้แข่งขันต่อในรอบถัดไป
  ผู้ที่แพ้และหมดสิทธิ์ในการกลับเข้าสู่การแข่งขันโดยปริยาย
หมายเหตุ

ตอนที่ 13: ทำสิ่งที่เป็นไปได้ยาก ให้เป็นไปได้

ออกอากาศ 17 พฤษภาคม 2569[17]

ตอนที่ 14: ปะทะเดือดรอบชิง

ออกอากาศ 24 พฤษภาคม 2569[18]

ตอนที่ 14-15: ศึกตัดสินครั้งสุดท้าย

ออกอากาศ 24 และ 31 พฤษภาคม 2569[19]

ก่อนเริ่มการแข่งขัน ทางรายการได้เฉลิมฉลองด้วยเค้กจากเชฟเคอร์ - ณัฐศิมาภรณ์ หลักไชย รองชนะเลิศเฮลล์คิทเช่นไทยแลนด์ (ฤดูกาลที่ 1) ให้กับผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 คน หลังจากนั้น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเดินทางไปยังแม็คโครคลับเพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารในรอบชิงชนะเลิศ

เมนูอาหารแต่ละรอบของผู้เข้าแข่งขัน
ผู้เข้าแข่งขัน นิว ธิติ ต้นกล้า พลอย
แนวคิด/เรื่องราว เพลงของบอดี้สแลม ตัวตนของตนเองและครอบครัว ช่วงเวลาที่ได้กลับบ้าน-อยู่บ้าน-จากบ้าน
อาหารเรียกน้ำย่อย
(Appetizer)
  • ปรากฏการณ์ผีเสื้อ
  • เมนูจากความทรงจำวัยเด็กของเรา
  • การเติบโต
  • กลับบ้าน
อาหารจานหลัก
(Main Course)
  • เมนูที่พ่อสอน
  • หวนคืนปักษ์ใต้
  • อยู่บ้าน
ของหวาน
(Dessert)
  • เมนูที่แม่สอน
  • จากบ้าน

มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์: เดอะ เซกคันด์ แชนซ์

มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์: เดอะ เซกคันด์ แชนซ์ (อังกฤษ: MasterChef Thailand: The Second Chance) เป็นรายการภาคพิเศษ (Spin-off) ของฤดูกาลนี้ โดยเป็นการแข่งขันของผู้เข้าแข่งขันที่ถูกคัดออกแล้วมาแข่งขันกันอีกครั้ง ซึ่งภาคพิเศษนี้จะไม่มีพิธีกรดำเนินรายการ แต่จะยังคงใช้คณะกรรมการตัดสินอาหารชุดเดียวกับการแข่งขันปกติ โดยจะสลับปรับเปลี่ยนกันมาตัดสินรอบละ 2 คน และจะแข่งขันคู่ขนานกับการแข่งขันของผู้ที่ยังไม่ถูกคัดออก ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 18:00 น. เริ่มออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 ทางช่องยูทูบของมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์

กติกา

ผู้ที่ถูกคัดออกในแต่ละสัปดาห์จะต้องแข่งขันกันแบบตัวต่อตัว โดยเริ่มแข่งขันจาก 2 คนแรกที่ถูกคัดออก ซึ่งผู้ชนะจะได้แข่งขันต่อกับผู้ที่ถูกคัดออกคนถัดไป และแข่งขันแบบนี้เรื่อย ๆ จนถึงคู่สุดท้ายของภาคพิเศษ โดยผู้ชนะในคู่สุดท้ายจะได้โอกาสกลับเข้าสู่การแข่งขันหลักอีกครั้งในรอบรองชนะเลิศ

ผลการแข่งขัน

วันที่ออกอากาศ โจทย์ วัตถุดิบหลัก เวลาใน
การทำอาหาร
ของขวัญพิเศษ ผู้เข้าแข่งขัน
Episode 1
2 เมษายน 2569
การสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบหลักให้พิเศษกว่าคู่แข่ง ตีนไก่ 30 นาที ดาร์กช็อกโกแลต
วัตถุดิบปริศนา
(ใช้ร่วมกับตีนไก่)

ปรากฏในช่วง 10 นาทีสุดท้าย
ป๊อบ ปร๊อฟ
Episode 2
9 เมษายน 2569
กะทิ 30 นาที
19 นาที[ก]
นาฬิกาจับเวลา
ตัดเวลาทำอาหารให้เหลืออีกเพียง 9 นาที
ปรากฏในช่วง 20 นาทีสุดท้าย
โบว์ ป๊อบ
N/a
16 เมษายน 2569
งดออกอากาศเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์
Episode 3
23 เมษายน 2569
การสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบหลักให้พิเศษกว่าคู่แข่ง มะเขือเทศหลากหลายสายพันธุ์ 30 นาที ขนมปังขาไก่
วัตถุดิบปริศนา
(ใช้ร่วมกับมะเขือเทศ)

ปรากฏในช่วง 15 นาทีสุดท้าย
พลอย โบว์
Episode 4
30 เมษายน 2569
อกเป็ด เครื่องเอสพูม่า
ต้องทำอาหารโดยใช้เครื่องดังกล่าว
ปรากฏในช่วง 15 นาทีสุดท้าย
นะโม
Episode 5
7 พฤษภาคม 2569
การสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบหลักให้เป็นเมนูของตนเองที่สามารถขายในร้านอาหารของตนในอนาคตได้ เนื้อน่องสะโพกไก่หั่น เตาอั้งโล่
จะถูกตัดแก๊สที่สเตชันทั้งหมด
ปรากฏในช่วง 15 นาทีสุดท้าย
เจซี
พิช
สำหรับคู่ที่ 6 เป็นต้นไป จะแข่งขันต่อใน ตอนที่ 12 ของรายการภาคหลัก[16]
  ผู้ชนะในโจทย์นั้นและได้แข่งขันต่อในรอบถัดไป
  ผู้ที่แพ้และหมดสิทธิ์ในการกลับเข้าสู่การแข่งขันโดยปริยาย
หมายเหตุ